Past lives Headline Animator

Sunday, September 5, 2010

ช่างกลปีหนึ่ง – วันแรกของการเรียนช่าง



วันแรกของการก้าวเข้าสู่รั้วของโรงเรียนช่างกล มันช่างแตกต่างจากโรงเรียนมัธยมที่จากมาเสียเหลือเกิน ซึ่งสภาพแวดล้อมเติมไปด้วยโรงฝึกงานเป็นส่วนใหญ่ของตึกที่มีทั้งหมด ก้าวแรกที่เข้าประตูในตอนเช้าประมาณ 6.00 น. ของทุกวันที่ผมจะต้องถึงโรงเรียนเพราะผมเรียนรอบเช้าเข้าเรียน 7.00 น. ภาพที่ต้องเจอทุกวันคือ องค์วิษณุที่เป็นสง่าอยู่ทางซ้าย แต่…ทางขวามือคืออาจารย์อย่างน้อยสองท่านที่จะยืนอยู่เพื่อตรวจสอบความผิดปรกติของนักเรียนที่น่าสงสัยว่าจะพกอาวุธมาโรงเรียน

ซึ่งการสังเกตของอาจารย์ก็คงมีวิธีของเขาที่จะสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนเอง ไม่ว่าจะเป็นอาการลอกแลก การเดินที่ผิดปรกติ ความเรียบร้อยของชุดนักศึกษาว่ามีร่องรอยของอาวุธนูนออกมาหรือไม่ ซึ่งถ้าหากถูกตรวจพบก็จะโดนตัดคะแนนความประพฤติซึ่งมี 100 คะแนน แบบเอาอย่างโรงเรียนมัธยมเลยว่างั้น จะถูกตัดคะแนนแถมโดนทำโทษด้วยการตีอีก ซึ่งไม่รู้ว่าสมัยนั้นมีกี่ที่ๆโรงเรียนช่างกลจะมีการทำโทษด้วยการตี แต่ที่นี่มีแน่นอนและมีกฎที่เข้มงวดด้วยเท่าที่จำได้ก็มีนักสุดคือถ้าไปมีเรื่องไม่ว่าจะไปมีเรื่องกับโรงเรียนอื่นข้างนอกหรือมีเรื่องกันเอง ถ้าถูกจับได้ครั้งแรกทันบนครั้งสองไล่ออกสถานเดียว โดยสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของนักเรียนสมัยนั้นคือ กล้องวีดีโอ เพราะมันชัดด้วยภาพว่าใครเป็นใครหมดสิทธิอุทรใดๆทั้งสิ้น

แล้วที่เราต้องระวังคือไม่ว่าใครจะผิดจะถูกหรือโรงเรียนอื่นมาหาเรื่องหรือไปหาเรื่องเขา ก็จะมีโทษเหมือนกันคือทันบนและไล่ออก ฉะนั้นเวลาออกไปข้างนอกเราต้องระวังเรื่องพวกนี้มากเพราะไม่อยากถูกไล่ออก
ซึ่งการเรียนเริ่มแรก รู้สึกใหม่กับพื้นที่มากและอาจารย์ด้วย เพราะการพูดจาของอาจารย์กับนักเรียนจะเป็นกันเองมาก โดยเฉพาะเวลาลงวิชาที่ต้องลงทำงานในช๊อบ…ต้องเสียงดังสู้กับเสียงทำงานของเครื่องยนต์ต่างๆ เสียงตีเหล็กและอื่นๆ และ ณ. เวลานั้นโรงเรียนเป็นชายล้วนไม่มีผู้หญิงคือสอนช่างโดยเฉพาะซึ่งผมเองก็สอบได้ช่างยนต์ คือว่าง่ายๆคือคะแนนสอบต่ำสุดเขาจะให้มาลงช่างยนต์ พวกคะแนนดี Top จะได้เลือกว่าจะเรียน อิเลคทรอนิคส์หรือไฟฟ้าได้ ซึ่งผมก็คิดว่าช่างยนต์นี่แหล่ะเหมาะกับผมแล้วเพราะจบ ม.3 ด้วยอาการล่อแล่เต็มทนเกรดเฉลี่ยต่ำว่าสอง แต่ไม่เคยน้อยใจในชีวิตเลยต้องมาเรียนช่างกลนี่เอง

โดยผมยังได้เรียนรอบเช้าห้องหนึ่ง เอาวะ…อย่างน้อยก็ได้อยู่ห้องหนึ่งที่นี่ เข้า 7.oo เลิก 13.00น. วันแรกยังไม่พูดอะไรมากเพราะตอนเช้าของการเดินทางมาเรียนไม่ใช่ปัญหาเพราะออกจากบ้านตีห้าครึ่ง ส่วนใหญ่ความลำบากมักเกิดตอนกลับบ้าน โดยตอนกลับบ้านผมจะต้องขึ้นรถจากหน้าโรงเรียนโดยจะผ่านจุดเสี่ยงอยู่หลายจุดกว่าจะถึงบ้านเพราะบ้านผมอยู่ในเขตปริมณฑล จุดต่อระหว่างกรุงเทพกับนครปฐม

จุดเสียง
1. จุดแรกที่ผ่านหลังจากเลี้ยวขวาจากแยกท่าพระ (ตอนนั้นยังไม่มีสะพานข้ามแยกอุโมงค์ไม่ต้องพุดถึง) จะเจอ ร.ร พาณิชขึ้นชื่อเรื่องบู้อยู่จุดนี้อันตรายมากจุดแรก โรงเรียนขาโหดชอบใช้อาวุธหนัก สมัยนั้นเรียกนิ้ว
2. ป้ายบางไผ่หรือป้ายวัดนวล ป้ายนี้อยู่ทางลงสะพานมักมีหลายโรงเรียนที่ชอบหาอะไรทำมาดัก
3. ป้ายวัดจันทร์
4. ป้ายศาลเจ้าพ่อเสือ
5. ป้ายวัดรางบัวจุดดักของโรงเรียนหนึ่ง (เป็นสถาบันฝึกอาชีพ) จุดรวมของเขา
6. ป้ายก่อนถึงบางแค่ มีหนึ่งโรงเรียนขาโหดชอบใช้อาวุธหนัก สมัยนั้นเรียกนิ้ว
7. ป้ายบางแค่ (มี 3 ป้าย) หลายโรงเรียนและขาใหญ่เด็กตลาด
8. เลยบางแคจะมีโรงเรียนพานิชนนึ่งโรงเรียนปัญหาไม่ใช่โรงเรียนนั้น แต่เป็นโรงเรียนอื่นที่มาจีบสาวที่นั้นและเป้นจุดต่อรถจุดใหญ่ของช่างกลโรงเรียนหนึ่ง
9. ถนนวงแหวน (ตอนนั้น เคอะมอบางแคยังไม่สร้าง) เป็นจุดรอรถเข้าโรงเรียนของคู่อริ
10. ป้ายวีเหลี่ยมวงแหวน เป็นจุดรอรถกลับบ้านของโรงเรียนคู่อริ
11. วัดม่วง จุดต่อรถของผมเพื่อกลับบ้านและจุดต่อของคนอื่นด้วย
12. หลังจากต่อรถแล้วก็ป้ายหลักสอง เป็นโรงเรียนช่างกลอีกหนึ่งโรงเรียน
13. ป้ายวัดอุดมรังสี เป็นโรงเรียนช่างกลอีกโรงเรียนหนึ่ง และเป็นป้ายสุดท้ายก่อนถึงบ้าน

(นิ้วคือศัพท์ที่ใช้เรียกอาวุธปืน ซึ่งไม่นิยมในสมัยนั้นคือหายากที่จะมีคนเอามาใช้ พวกที่เอามาใช้คือพวกที่ไม่มีอะไรแล้วแลกได้ทุกอย่าง ส่วนอีกอันคือปืนปากกานั้นนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยกลัวกันเพราะศูนย์ไม่ตรงถ้าโดนถือว่าโชคร้ายและส่วนใหญ่คนที่มีก็ไม่ค่อยใช้กันถ้าไม่อยู่ระยะประชิดจริงๆเพราะอาจจะไปโดนพวกเดียวกันหรือชาวบ้านได้ สมัยนั้นไม่มั่ว)

ที่ว่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ผมต้องเรียนรู้ ว่าช่วงเวลาไหนปลอดภัยสำหรับการเดินทางกลับบ้านและขอจบเท่านั้นก่อนไว้มาต่อในตอนหน้า…

No comments:

Post a Comment