Past lives Headline Animator

Monday, September 6, 2010

ช่างกลปีหนึ่ง – ประสบการณ์ครั้งแรก



หลังจากได้เข้ามาเรียนแล้ว ในห้องที่เรียนมีนักเรียนประมาณ 30 คน ซึ่งมีเพื่อนที่เรียนมัธยมมาเรียนอยู่ห้องเดียวกันด้วยอีกสองคน นอกนั้นยังใหม่กันหมดคือ ยังไม่ค่อยรู้จักกันหรือสนิทกันเท่าไหร่แต่ที่เห็นๆมีขาโจ๋อยู่ 3-4 คน ที่ดูแล้วรู้เลยว่าซ่าแน่นอนและอย่างว่า เริ่มแรกก็มีมากวนๆบ้างแบบข่มๆกันประมาณนี้

ซึ่งในเวลาเรียนในวันปรกติที่เรียนทฎษฏี หนังสือจะเยอะแต่ถือได้แต่ต้องหาสายรัดเพื่อให้ถือได้สะดวกยิ่งขึ้นไม่ตกหล่นไปซะก่อน ซึ่งเป็นอุปสรรค์พอสมควรในเวลาเดินทางกลับบ้าน ส่วนวันที่ปฏิบัติเป็นวันที่ผมชอบมากเพราะมีแค่สมุดเล่มเดียวกับเสื้อฝึกงานแบบใส่ทั้งตัวและก็พับถือกลับบ้านทุกวัน

เริ่มแรกหลังจากเลิกเรียนผมกับเพื่อนสมัยมัธยมก็จะกลับด้วยกันเพราะบ้านอยู่ทางเดียวกันแต่ผมไกลสุด สามคนดูยังหัวเกรียนอยู่เลยท่าทางเด็กเรียนและมักถูกขาโจ๋ในห้องมาแย่ๆเล่นบ้างพอเป็นกระศัย แต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรยังไม่สนิทกันมันก็เป็นเรื่องธรรมดา โดยเขาก็จะกลับเป็นกลุ่มของเขาไม่ได้กลับด้วยกันเพราะผมกับเพื่อนเจอรถก็ขึ้นเลย โดยระหว่างทางที่ผ่านเส้นทางเสี่ยงก็เห็นเด็กที่อื่นมายืนด้อมๆมองๆ ผลุบๆโผล่ในซอยข้างๆป้ายรถเมล์บ้างแต่เขาคงมองไม่เห็นเรามั้ง แต่ก็ได้ยินข่าวว่ารถโดนขว้างบ้างโดนฟันแขนบ้างกับรถที่ตามมาหลังๆ ซึ่งผมก็สงสัยว่าเรารอดมาได้ยังไง หรือว่าเป็นเพราะพระเครื่องที่แม่ให้มาและกำชับนักกำชับหนาว่าอย่าลืมจะช่วยเอาไว้…

และแล้ววันหนึ่งของประสบการณ์ในการเรียนก็มาถึง เมื่อวันหนึ่งเพื่อนผมที่ขายของอยู่ในตลาดบางแคได้นัดกันว่าจะไปบ้านเพื่อนในละแวกบ้านผม นัดให้ไปรอที่ร้านและนั่งคุยฆ่าเวลารอจนเขาเลิกขายของตอนประมาณหนึ่งทุ่ม เราก็ออกมาขึ้นรถเมล์หน้าตลาดเป็นรถมินิบัส ผมและเพื่อนขึ้นไปยืนตรงช่วงด้านซ้ายค่อนไปทางกลางรถ เอาเสื้อปล่อยชายปิดหัวเข็มขัดไว้ ยืนคุยกับเพื่อนไปจนรถไปถึงช่วงวงแหวน ซึ่งเป็นป้ายที่โรงเรียนคู่อริกันจะมารอรถกลับบ้านรออยู่ และผมก็เห็นแล้วว่าเยอะยืนกันให้เต็มป้ายแล้วรถเมล์เจ้ากรรมก็จอดรับซะด้วย (จะว่าเขาก็ไม่ได้เพราะมันรายได้เขา)

ปรากฏว่าขึ้นมาเต็มคันและหลังจากขึ้นมาได้ซักพัก ซึ่งตอนนั้นไม่ได้คุยอะไรกับเพื่อนผมแล้วคือทำเป็นไม่รู้จักกันว่างั้นเถอะ พักหนึ่งรู้สึกว่ามีของมีคมโผล่มาทางหน้าต่างเป็นฟุตเหล็กเจียรคมเป็นมีดยาว มาจี้ที่เอวและด้านหลังถ้าจำไม่ผิดเป็นมีด สปาต้ามาจี้ด้านขวา พร้อมกับเปิดชายเสื้อแล้วพูดว่าขอเข็มขัดได้ไหม ตอนนั้นผมก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วเขาก็ดึงเข็มขัดไป พร้อมกับตบๆที่เอวเพื่อเช็คดูว่าผมมีอาวุธไหม และมีเสียงจากข้างหลังบอกเล่นมันเลย แต่มีเสียงหนึ่งบอกว่ามันมาคนเดียวเอาแค่หัวพอซึ่งก็น่าจะเป็นหัวโจกของกลุ่ม เพื่อนผมก็เห็นเหตุการณ์แต่ต้องยืนเฉยๆเวลานี้ไม่เหมาะที่จะทำอะไร สิ่งที่ต้องทำคือจะออกไปจากจุดนี้ได้ยังไงคงไม่รอให้ถึงบ้านแล้วลงแน่นอน

ก็เลยบอกหนึ่งในนั้นว่า “นาย…นายเอาของไปแล้วเราขอลงได้ไหม” ทันใดนั้นเขากดกริ่งให้และตอบกลับมาว่า “ตามสบาย” พอรถเริ่มที่จะจอดผมก็เตรียมจะลง ในใจคิดว่าต้องมีของแถมตามหลังแน่นอน และพอรถความเร็วลดลงเกือบสนิทแล้วผมก็เลยรีบโดดลง โดยมีเพื่อนผมลงตามมาติดๆและรีบวิ่งลงอย่างเร็วที่สุด สิ่งที่เห็นคือมีดที่เขาถืออยู่แต่คงไม่ถนัดเพราะเพื่อนผมยืนบังอยู่ข้างหลัง ซึ่งเพื่อนผมบอกว่าเขาชักออกมากะฝากลอย ซึ่งสมัยนั้นน่าจะเป็นกลางหลังเพราะนิยมฝากบาดแผลที่กลางหลังเพื่อให้จดจำ แล้ววันนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ผมโดนรับน้องใหม่จากการเข้ามารั้วของช่างกลและก็เป็นวันที่ผมจะต้องจดจำ เอาง่ายๆก็คือจำได้มาจนทุกวันนี้ นี่เองและหลังจากนั้นจะเป็นยังไงค่อยมาต่อในคราวหน้า

No comments:

Post a Comment